บทความรู้ไว้ไม่ตายโหง
"ประสบการณ์คับด้ามปืน ของยอดนักสืบผู้การเอลวิส"
คาถากันตายโหง
ท่านได้รับทราบ “ภัยผู้หญิง” ไปเพียงแค่เกริ่นนำเท่านั้น ที่โหดๆยังจะมีตามมาอีกมาก ยืนยันอีกครั้ง “เป็นเรื่องจริง”ไม่ใช่นิยาย และเรื่องทำนองนี้ก็ยังคงมีเกิดขึ้นตลอดไป ถ้าท่านยังอยากจะมีชีวิตอยู่ติดตามอ่านแล้วช่วยแนะนำไปยังคนที่ท่านรัก เกลียดคนไหนไม่ต้องไปแนะนำ ต่อไปนี้จะเป็นคาถากันตายโหง นั่นก็คือท่านต้องมีสติ อย่าประมาท ท่านจะยิ่งใหญ่และปลอดภัยเมื่ออยู่ในบ้านของท่าน เมื่อออกนอกบ้านมันเป็น “สมรภูมิ” คนนอกบ้านที่เราไม่รู้จัก “มันอาจเป็นโจร” อย่าไว้ใจถ้าไม่ใช่ญาติ

อยากถ่ายทอดวิชาการนักสืบให้ผู้อ่านทั้งหลายได้ทราบ เพื่อที่จะเป็นประโยชน์ในการที่จะเอาชีวิตรอดในเมืองหฤโหดเช่นกรุงเทพฯเรานี่

เริ่มต้นตั้งแต่ท่านออกจากบ้าน(เอาเป็นว่าท่านมีรถยนต์ จะขับเองหรือมีคนขับให้นั่งก็ได้ ส่วนสำหรับผู้เดินเท้าก็ช่วยพิจารณาปรับเปลี่ยนเอาเอง เพราะมันเป็นศาสตร์ที่นำไปใช้ได้เหมือนกันหมด)

ประการแรก เมื่อท่านนั่งรถล็อคประตูรถเสียบ้าง หัดให้เป็นนิสัยมิฉะนั้นแล้วเวลาจอดรถรอสัญญาณไฟจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญขึ้นมานั่งเป็นเพื่อน แต่ปัจจุบันนี้รถยนต์รุ่นใหม่ๆจะมีการล๊อคประตูโดยอัตโนมัติทันทีที่มีการขับเคลื่อน

ประการที่สอง ท่านขับรถหรือนั่งรถไปตามทาง เคยมองดูกระจกมองหลัง กระจกมองข้าง หรือมองหลังรถว่ามีรถอะไรขับตามมาบ้างหรือไม่ ลองชำเลืองดูเสียบ้างนะครับ แล้วก็ใช้ความสังเกตดูความผิดปกติ ถ้าตั้งแต่ออกจากบ้านนั่งรถไปหลายกิโลผ่านไปหลายแยกแล้ว รถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์คันเดิมยังตามอยู่อีก ให้สงสัยไว้บ้างว่าถูกติดตาม โดยเฉพาะรถมอเตอร์ไซค์นี่จะตามหลังรถเรานานไม่ได้เลย เพราะสันดานของพวกนี้ต้องซอกแซก แซงขูดรถชาวบ้านเพื่อขึ้นหน้าตลอด ถ้ามอเตอร์ไซค์คันเดิมยังตามอยู่ ท่านถูกสะกดรอยแน่(อย่าคิดนะว่าตัวเองไม่เคยมีศัตรูกับใคร ตายมาเยอะแล้ว) ท่านอาจถูกมือปืนตาม ถูกเมียหลวงจ้างนักสืบสะกดรอย ถูกตามเพื่อจี้ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ นี่เป็นเพียงอยากจะแนะนำว่าให้รู้จักสังเกตหรือสนใจเสียบ้าง นี่แหละเป็นข้อแรกของนักสืบเขาล่ะ

เมื่อสงสัยว่าถูกสะกดรอยติดตามแล้วจะตรวจสอบยังไง ว่าโดนตามหรือเปล่า วิธีง่ายๆ ลองชะลอความเร็วรถให้ช้าลงแล้วดูซิว่ารถคันที่ตามหลังยังขับช้าตาม หรือว่าแซงขึ้นหน้าไป ถ้ายังขับช้าตามทั้งๆที่มีโอกาสแซงก็ไม่ยอมแซง ให้สงสัยไว้ก่อน คราวนี้ท่านจอดรถเลยครับ ถ้าเป็นนักสะกดรอยมืออาชีพเขาจะไม่จอดตามหรอกครับ เขาจะแซงขึ้นหน้าไปแล้วโทรหรือวิทยุให้ชุดติดตาม นำรถคันอื่นมาทำหน้าที่แทน(การสะกดรอยติดตามทำกันเป็นทีม ใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์หลายคัน) พอรู้แค่นี้ท่านก็พอจะเช็คสอบ หรือสร้างความปลอดภัยในการเดินทางในเมืองหฤโหดได้บ้าง ผมเชื่อคนเราฉลาดพอๆกัน แต่ที่พลาดไปเพราะนึกไม่ถึงหรือไม่ทันได้เฉลียว พอแนะกันนิดเดียวก็รู้ไปถึงนิพพานเลย

คราวนี้เมื่อขับรถถึงที่หมาย ถ้าเป็นที่ทำงาน หรือเข้าบ้านอย่าถือว่าถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ ยังครับ ถ้าท่านที่มีสาเหตุขัดแย้ง หรือขนเครื่องประดับทรัพย์สินราคาแพงติดตัวมาด้วยระวัง จุดที่อันตรายที่สุดคือตอนเข้าบ้าน จุดบอดคือตอนที่ลงจากรถไปเปิดประตูบ้าน หรือลงไปกดออดให้คนใช้เปิดประตูรับ ตรงนี้หละที่ถูกมือปืนดักยิงหรือถูกจี้เสียมากต่อมากแล้ว ฉะนั้นถ้าต้องเปิดประตูบ้านเองหรือต้องลงจากรถไปกดออดบ้าน ช่วยสังเกตดูเสียบ้างมีรถมอเตอร์ไซค์ รถยนต์ หรือคนซุ่มอยู่ใกล้ๆหรือไม่ โดยเฉพาะในยามวิกาล สำหรับบ้านผมใช้ประตูไฟฟ้าเปิดด้วยรีโมท ก่อนถึงบ้านผมกดรีโมทเปิดประตูรั้วไว้ก่อน ผมและสมาชิกในครอบครัวที่ใช้รถสามารถขับปรืดเข้าบ้านไปได้เลยไม่ต้องหยุดรอ เข้าบ้านแล้วปลอดภัย จำไว้ “นอกบ้านคือสมรภูมิ ถ้าไม่ใช่ญาติหรือเพื่อนอาจเป็นโจร”

การจอดรถบนอาคารสำหรับจอดรถ ที่ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า แม้กระทั่งลานจอดรถ ให้พยายามจอดในที่มีแสงสว่าง อย่าจอดในมุมมืด ที่อับสายตา และเวลาจะกลับไปขึ้นรถ ถ้าท่านไปคนเดียว โดยเฉพาะเป็นสุภาพสตรีด้วยระวัง อาจถูกจี้ เอาทรัพย์ ข่มขืน จากสถิติการสัมภาษณ์ผู้ต้องขังในคดีข่มขืน จัดอันดับสถานที่ๆพวกเขาดักข่มขืนเหยื่อ

๑ ลานจอดรถห้างสรรพสินค้า ลานจอดรถของบริษัท

๒ ห้องน้ำสาธารณะ

ท่าน “สุภาพสตรี”จะโดยสารรถแท็กซี่ให้ปลอดภัย

๑ นั่งที่เบาะหลังตรงตำแหน่งกับที่โชเฟอร์นั่ง (นั่งหลังขวา) ทั้งนี้ท่านจะสังเกตเห็นอากัปกิริยา อาการของโชเฟอร์ตลอดเวลา อย่านั่งคู่ข้างหน้าเด็ดขาด(ถ้านั่งไปคนเดียว)

๒ ก่อนขึ้นรถแท๊กซี่ จดจำทะเบียนรถ และสีข้างรถไว้ด้วย จดลงกระดาษยิ่งดี

๓ เมื่อนั่งที่นั่งด้านหลังแล้ว สอดส่ายสายตาดูที่เอกสารรายละเอียดผู้ขับขี่ อันนี้เป็นภาคบังคับ ต้องติดไว้ที่หน้ารถ ถ้ามี พยายามดู “ชื่อ” แล้วเรียกชื่อ เช่น “…(ออกเสียงเรียกชื่อ)….ไปสั่งฉันที่…..” แท๊กซี่จะหนาวเมื่อรู้ว่าผู้โดยสารรู้จักชื่อ อย่างน้อยก็คิดในใจว่า “ แม่ง….ระวังน่าดูเลย ไปเอาคนอื่นดีกว่า”(ทำนองนั้น)

๔ พอนั่งรถแล้วก็โทรศัพท์ไปที่บ้าน พูดด้วยเสียงอันดัง (พูดฝ่ายเดียวก็ได้ แต่อย่าให้เป็นพิรุธ) ตัวอย่างเช่น “พี่ ฉันกำลังกลับบ้าน แท๊กซี่ทะเบียน……..ไปจากถนน……..ไม่เกิน ๒๐ นาทีถึง คอยรอรับด้วย” ถ้าจะให้เครียดกว่านั้น ให้ใส่เข้าไปด้วยว่า “ พี่ๆ ตำรวจสายสืบที่เรานัดไว้มาถึงหรือยัง ให้รอก่อนนะ บอกให้คุณโชเฟอร์ (ระบุชื่อโชเฟอร์) ให้เขาเร่งความเร็วแล้ว”

ก่อนจบช่วงนี้แถมให้อีกนิด เวลาเข้าไปนั่งในร้านอาหารหรือสถานที่นัดพบ ถ้ามีโอกาสเลือกมุมนั่งให้ดี ให้มีทางหนีทีไล่ ตำราโบราณว่า หลังพิงฝาไว้ก่อน คือให้ด้านหลังติดผนังไว้ เพราะคนเราไม่มีตาหลัง ใครจะจู่โจมถึงตัวเราจะไม่รอดจากสายตา เวลาเดียวก็ควรใกล้หน้าต่างหรือทางออก เพราะหากเกิดเหตุจากกลุ่มข้างเคียงวิวาทกัน จะได้โดดหนีได้ทัน ไม่โดนลูกหลง

พอแล้วนะครับ 5 นาทีได้ไปหลายเรื่อง คอยติดตามคอลัมน์ให้ดี รับรองได้ว่า “รู้ไว้ไม่ตายโหง”

ตอนต่อไป “ภัยคนพักโรงแรม” หลายคนพักโรงแรมหรูๆ ดีๆ ใหญ่ๆ ของหายเกลี้ยง บางคนนอนหลับอยู่ในห้องพักกลางดึก ต้องสะดุ้งตื่นเพราะมีเสียงผิดปกติ ลืมตาเห็นคนยืนอยู่ปลายเตียง ตกใจคิดว่าผีหลอก บางคนผูกคอตายในห้องโดยตนเองไม่ได้ทำ ฝีมือโจรทั้งนั้น จะบอกวิธีให้เอาบุญ คอยติดตาม

พล.ต.ต.อังกูร อาทรไผท
"คุณอังกูรเล่นหนังด้วยหรอ?"
"โห...ประกบคู่กับพี่เอกสรพงษ์ด้วย"
"คลาสสิคสุดๆ...อยากดูเต็มๆจัง"
และอีกมากมายสำหรับเสียงตอบรับ เนื่องจากล่าสุดทีมงานทำ VDO "เปิดปูมฮีโร่" มาให้ได้ชมกัน วันนี้ทีมงานจีงขอสมนาคุณแฟนๆ ตามเสียงเรียกร้องครับ เราใช้เวลาตามหาภาพยนตร์สุดคลาสสิคเรื่องนี้อยู่นาน ในที่สุดก็ถึงมือแฟนๆ ไปดูกันเลยดีกว่าครับ...

(คลิ๊กที่ภาพเพื่อชมภาพยนตร์)

ตอน 1ตอน 2ตอน 3
ภาพยนตร์ เรื่อง 1+1 ฉึ่งแหลก ตอน 1 ภาพยนตร์ เรื่อง 1+1 ฉึ่งแหลก ตอน 2 ภาพยนตร์ เรื่อง 1+1 ฉึ่งแหลก ตอน 3
ติดตามกันมานาน
จนเป็นแฟนประจำกันก็มาก...
แต่หลายๆท่านคงยังอยากรู้จักคุณอังกูร (007) ในแง่มุมต่างๆ ให้ลึกลงไป
ถึงเรื่องราวชีวิตกว่าจะมาเป็นฮีโร่ของเรา
ในวันนี้ เราจึงไม่รอช้าจัดเป็น VDO
ให้ชมกันอย่างจุใจ

(คลิ๊กที่ รูปเพื่อดูวีดีโอ)

พลังสกาล่าร์ ร้องทุกข์ที่นี้
จำนวนผู้ที่เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์